Customize Consent Preferences

We use cookies to help you navigate efficiently and perform certain functions. You will find detailed information about all cookies under each consent category below.

The cookies that are categorized as "Necessary" are stored on your browser as they are essential for enabling the basic functionalities of the site. ... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

No cookies to display.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

No cookies to display.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

No cookies to display.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

No cookies to display.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

No cookies to display.

วันเสาร์, 5 เมษายน 2568

หลวงปู่เงิน จันโท วัดศรีวิไล อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่เงิน จันโท

วัดศรีวิไล
อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

พระครูจันทสมานคุณ (หลวงปู่เงิน จันโท) วัดศรีวิไล (บ้านว่าน)
พระครูจันทสมานคุณ (หลวงปู่เงิน จนฺโท)
อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีวิไล เจ้าคณะตําบลบ้านว่าน อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

◎ ชาติภูมิ
พระครูจันทสมานคุณ (หลวงปู่เงิน จนฺโท) เกิดเมื่อ วันอังคาร ที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๘ ตรงกับวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย ที่บ้านว่าน ตําบลบ้านเดื่อ (ปัจจุบันตําบลบ้านว่าน) อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เป็นบุตร นายใบ นางตัน คชวงศ์ มีน้องร่วมบิดามารดา
๑๑ คน เป็นหญิง ๔ คน เป็นชาย ๗ คน คือ
๑. นางคำ คชวงศ์
๒. นายดำดี คชวงศ์
๓. พระครูจันทสมานคุณ (หลวงปู่เงิน จฺนโท)
๔. นางเดิน คชวงศ์
๕. นางบัวทอง คชวงศ์
๖. นางกองแก้ว คชวงศ์
๗. นายคําฟอง คชวงศ์
๘. นายผอง คชวงศ์
๙. นายปอง คชวงศ์ (อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๔ บ้านลำดวน)
๑๐. พระสวน คชว์โส (อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีวิไล)
๑๑. นายล้วน คชวงศ์ (อดีตกํานันตําบลบ้านว่าน)

◎ การศึกษา
ในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ อายุได้ ๑๒ ขวบ เด็กชายเงิน คชวงศ์ ได้ศึกษาเล่าเรียนอักษรไทย จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนวัดบ้านว่าน ตําบลบ้านเดื่อ (ปัจจุบันตําบลบ้านว่าน) อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

◎ บรรพชา – อุปสมบท
ในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ นายเงิน คชวงศ์ มีอายุได้ ๑๗ ปี ได้เข้า บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดสร้อยพร้าว ตําบลบ้านเดื่อ (ปัจจุบัน ตําบลบ้านว่าน) อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย จากนั้นได้ย้าย ไปเรียนหนังสืออยู่ที่วัดลําดวน บ้านเดื่อ ตําบลบ้านเดื่อ อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ได้ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ ๑ ปี จึงได้ย้ายกลับมาที่วัดสร้อยพร้าวอีก เพื่อเตรียมอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อออกพรรษาแล้วได้ลาสิกขาไประยะหนึ่งตามประเพณีนิยม

ในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ วันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน ตรงกับวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๗ ปีฉลู มีอายุได้ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าอุปสมบท ที่วัดสร้อยพร้าว บ้านว่าน ตําบลบ้านเดื่อ (ปัจจุบันตําบลบ้านว่าน) อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย โดยมี พระครูวุฒิพรหมจรรย์ วัดอัมพวัน อําเภอท่าบ่อ เป็นพระอุปัชฌาย์

◎ วิทยฐานะ
ในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ สอบได้นักธรรมชั้นตรี สำนักเรียนวัดลำดวน บ้านเดื่อ ตําบลบ้านเดื่อ อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

◎ การศึกษา
ในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ สอบนักธรรมชั้นตรีได้ ที่วัดสร้อยพร้าว สํานักเรียนวัดลำดวน บ้านเดื่อ ตําบลบ้านเดื่อ อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เมื่อศึกษาได้นักธรรมชั้นตรีแล้ว ได้ใช้เวลาศึกษาด้านไสยศาสตร์ หรือศึกษาตําราทางเวทมนตร์ จากอาจารย์ผู้มีความชํานาญด้านนี้โดยเฉพาะ ได้เริ่มศึกษาภาษาสมัยโบราณ เช่น ภาษาขอม อักษรตัวธรรม และภาษาอื่น ๆ ที่สามารถอ่านได้คล่อง และเขียนได้อย่างถูกต้องชํานาญดีมาก

◎ ย้ายสํานัก
ในสมัยนั้น พระสงฆ์ สามเณร ในเขตตําบลบ้านว่าน และ ตําบลโคกคอนมีจํานวนน้อยมาก ประกอบกับการศึกษาในแขนงต่าง ๆ ยังไม่กว้างขวางมากนัก เป็นเหตุให้ทายกทายิกาขาดที่พึ่งทางใจ จึงได้พยายามเสาะหาพระสงฆ์มาไว้ในถิ่นของตน เพื่อจะได้เคารพกราบไหว้บูชาอย่างใกล้ชิด ดังนั้น พระเดชพระคุณ หลวงปู่เงิน จันโท (พระครูจันทสมานคุณ) แม้จะเป็นพระที่พึ่งบวชใหม่ แต่ก็เป็นที่น่าเคารพเลื่อมใส จึงเป็นที่นิยมชมชอบ และอยาก นิมนต์มาประจําไว้ที่วัดบ้านของตน อย่างเช่น

เมื่ออุปสมบทเสร็จแล้วท่านได้จําพรรษาอยู่ที่วัดสร้อยพร้าว เพียง ๑ พรรษา ก็ได้รับนิมนต์ให้ไปประจําอยู่ที่วัดเจติยภูมิ บ้านผำไผ ตําบลบ้านว่าน เป็นเวลา ๒ ปี จากนั้นก็ได้รับนิมนต์ให้ไปประจําอยู่ที่วัดศรีวิไล ซึ่งเป็นวัดใหม่และได้นําพาคุณะทายก – ทายิกาสร้างวัดศรีวิไล ซึ่งในขณะนั้นเป็นป่าไม้รก หนามาก ให้เป็นสถานที่น่าอยู่อาศัย โดยได้ก่อสร้างรั้ววัด กุฏิ ศาลาการเปรียญ และอุโบสถ มาตามลําดับ จนเป็นวัดที่สมบูรณ์ตลอดมา

ระยะที่ พระเดชพระคุณท่านพระครูจันทสมานคุณ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “หลวงปู่เงิน จันโท” ได้ประจําอยู่ที่วัดศรีวิไล นั้น ท่านได้ไปศาสนศึกษา และได้ไปจําพรรษาอยู่ที่วัดบ้านดอนหวาย อําเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นเวลา ๓ พรรษา และใน ๓ พรรษานี้ ท่านได้ใช้เวลาศึกษาวิชาไสยศาสตร์ หรือตำราทางเวทมนตร์

◎ การงาน
พระครูจันทสมานคุณ “หลวงปู่เงิน จันโท” ได้รับภารกิจ และปฏิบัติงานคณะสงฆ์ในตําแหน่ง หน้าที่ต่าง ๆ พอสรุปได้ดังนี้

◎ ด้านการปกครอง
พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีวิไล
ตําบลบ้านว่าน
พ.ศ. ๒๔๙๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตําบลโคกคอน
พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ประจําตําบลโคกคอน-ตําบลบ้านว่าน
พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตําบลบ้านว่าน

◎ ด้านการศึกษา
พ.ศ. ๒๔๗๔-๒๕๒๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นครูสอนปริยัติธรรมประจําสํานักเรียนตําบลโคกคอน-ตําบลบ้านว่าน
พ.ศ. ๒๔๙๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าสํานักเรียน และ ผู้อํานวยการสํานักเรียนตําบลโคกคอน
พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบธรรมสนามหลวง ประจําหน่วยสอบอําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการจัดตั้งมูล นิธิการศึกษาพระปริยัติธรรม ประจําอําเภอท่าบ่อ
พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ การศึกษาประชาบาล ในเขตตําบลบ้านว่าน

◎ ด้านการเผยแผ่
ท่านพระครูจันทสมานคุณ (หลวงปู่เงิน จันโท) ได้พยายามทุกวิถีทางที่ จะเผยแผ่ธรรมคําสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อย่างเช่น การริเริ่ม ชักชวนพระสงฆ์ในเขตปกครองได้ทําอุโบสถกรรมหมุนเวียนไปตามวัดต่าง ๆ และพร้อมกันนั้นก็จัดให้มีการอบรมศีลธรรมแก่ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ในฤดูการเข้าพรรษา และในวันสําคัญทางศาสนา ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างความสามัคคี และความคุ้นเคยให้เกิดแก่คณะสงฆ์ และข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้เป็นอย่างดียิ่ง ปัจจุบันนี้ยังถือปฏิบัติเป็นประจําทุก ๆ ปี เสมอมา

◎ ด้านสาธารณูปการ
พ.ศ. ๒๕๐๖ ได้นําทายกทายิกาสร้างวัดบ้านแสนสุขหมู่ที่ ๓ ตําบลบ้านว่าน ให้ชื่อว่า “วัดไทรเงินสถิต”
พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้นําทายกทายิกาสร้างวัดบ้านลําดวน หมู่ที่ ๔ ตําบลบ้านว่าน ให้ชื่อว่า “วัดโพธิ์เงินปุรณาราม”
พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้นําทายกทายิกาสร้างวัดบ้านกลางน้อย หมู่ที่ ๗ ตําบลบ้านว่านให้ชื่อ ว่า “วัดเทพมีชัย” และเป็นประธาน อํานวยการสร้างอุโบสถวัดฉิมพลีวัน
บ้านเป้า หมู่ที่ ๘ ตําบลบ้านว่าน
พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นประธานกรรมการ อํานวยการสร้างอุโบสถวัดเจติยาราม พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นประธานกรรมการอํานวยการ
สร้างสภาตําบลบ้านว่าน และนําจัดสร้างศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์สภาตําบล และ ช่วยการพัฒนาถนนในเขตหมู่บ้าน
พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นประธานกรรมการ อํานวยการสร้างอุโบสถวัดเจติยภูมิ

◎ ด้านงานนิพนธ์
ด้านงานนิพนธ์ส่วนมากใช้เป็นสนวนอีสาน โดย ใช้อักษรหลายอย่าง เช่น อักษรขอม อักษรตัวธรรม อักษรลาว และอักษรไทย อย่างเช่นประวัติวัดศรีวิไล ประวัติบ้านว่าน วรรณคดี เรื่องสั้น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เขียนเป็นคําพังเพย ผญา โคลง สุภาษิต คําคม คํากลอน เป็นจํานวนไม่น้อย

◎ สมณศักดิ์
พ.ศ. ๒๕๑๑ วันที่ ๕ ธันวาคม ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นตรี

พ.ศ. ๒๕๒๑ วันที่ ๕ ธันวาคม ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญา บัตรชั้น โท

◎ มรณภาพ
ท่านพระครูจันทสมานคุณ (หลวงปู่เงิน จันโท) ปกติท่านไม่ค่อยอาพาธถึงกับไปไหนมาไหนไม่ได้ และระยะก่อนหน้าจะมรณภาพ ท่านก็ปฏิบัติกิจวัตรเป็นประจําเสมอมา หนึ่งอาทิตย์ถัดมา ท่านมีอาการเหนื่อย และรู้สึกหายใจไม่เป็นปกติ เมื่อญาติพี่น้อง ทายกทายิกาชาวบ้านว่าน เห็นผิดปกติมาก จึงได้นําไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชประจําอําเภอท่าบ่อ นายแพทย์และนางพยาบาลก็เอาใจใส่เป็นอย่างดียิ่ง โดยได้ใช้ เครื่องช่วยหายใจ และให้น้ำเกลือ เห็นอาการดีขึ้นบ้างระยะหนึ่ง ต่อมาอาการมีแต่ทรงกับทรุด จนนายแพทย์และนางพยาบาลบอกว่า โรคร้ายอย่างอื่นไม่มีมากนัก เนื่องจากความชราภาพเป็นสมุฏฐานทําให้เกิดการอ่อนเพลีย ความทรุดโทรม ซึ่งตัวท่านก็ทราบโดยตลอด เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดจะห้ามความไม่ เที่ยงของสังขารได้ คณะทายกทายิกาจึงเข้าปรึกษานายแพทย์ และ อนุญาตให้กลับวัด

พระครูจันทสมานคุณ (หลวงปู่เงิน จันโท) วัดศรีวิไล (บ้านว่าน)
พระครูจันทสมานคุณ (หลวงปู่เงิน จันโท) วัดศรีวิไล (บ้านว่าน)

วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๓ เวลา ๑๑.๒๓ น. ท่านได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอันสงบ
สิริรวมอายุได้ ๗๖ ปี พรรษา ๕๖