Customize Consent Preferences

We use cookies to help you navigate efficiently and perform certain functions. You will find detailed information about all cookies under each consent category below.

The cookies that are categorized as "Necessary" are stored on your browser as they are essential for enabling the basic functionalities of the site. ... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

No cookies to display.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

No cookies to display.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

No cookies to display.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

No cookies to display.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

No cookies to display.

วันอาทิตย์, 6 เมษายน 2568

หลวงปู่นาค โชติโก วัดห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่นาค โชติโก

วัดห้วยจระเข้
อ.เมือง จ.นครปฐม

หลวงปู่นาค โชติโก วัดห้วยจระเข้ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม
หลวงปู่นาค โชติโก วัดห้วยจระเข้ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม

หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พระอริยสงฆ์ที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ มีศีลาจารวัตรอันงดงาม

◉ ชาติภูมิ
หลวงปู่นาค โชติโก วัดห้วยจระเข้ เกิดปี พ.ศ.๒๓๕๘ เดิมเป็นคนบ้านไผ่นาค มณฑลนครชัยศรี จ.นครปฐม

◉ อุปสมบท
เมื่ออายุ ๒๑ ปี อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดพระปฐมเจดีย์ ตรงกับปี พ.ศ.๒๓๗๙ โดยมี พระปฐมเจติยานุรักษ์ (กล่ำ) วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการยิ้ว วัดแค เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอธิการธูป วัดโคกพระเจดีย์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “โชติโก

หลังอุปสมบท ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ เรื่อยมา ลุถึงปี พ.ศ.๒๔๓๒ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระเถระ ๔ รูป เพื่อทำหน้าที่รักษาองค์พระปฐมเจดีย์ทั้ง ๔ ทิศ คือ
๑. พระครูปริมานุรักษ์ (นวม พรหมโชติ) วัดสรรเพชญ รักษาด้านทิศตะวันออก
๒. พระครูทักษิณานุกิจ (แจ้ง ธัมมสโร) วัดศิลามูล รักษาด้านทิศใต้
๓. พระครูปัจฉิมทิศบริหาร (นาค โชติโก) วัดห้วยจระเข้ รักษาด้านทิศตะวันตก
๔. พระครูอุตรการบดี (ทา) วัดพะเนียงแตก รักษาด้านทิศเหนือ

หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม
หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม

หลวงปู่นาค ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูปัจฉิมทิศบริหาร นอกจากทำหน้าที่รักษาองค์พระปฐมเจดีย์ด้านทิศตะวันตกแล้ว ยังดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะมณฑลนครชัยศรี เทียบกับสมัยนี้เท่ากับตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม

ในปี พ.ศ.๒๔๔๑ หลวงปู่นาค ได้สร้างวัดขึ้นใหม่ในพื้นที่ตำบลหนองพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อให้เป็นวัดบริวารขององค์พระปฐมเจดีย์ (ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ประมาณหนึ่งกิโลเมตร) แล้วเสร็จในปีพ.ศ.๒๔๔๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคารามเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๓ ในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๕ ชื่อว่า “วัดนาคโชติการาม” แต่ชาวบ้านมักจะเรียกว่า “วัดใหม่ห้วยจระเข้” และต่อมาก็เป็น “วัดห้วยจระเข้” จนทุกวันนี้ โดยหลวงปู่นาคเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

หลวงปู่นาค โชติโก เป็นพระที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ มีศีลาจารวัตรอันงดงาม ท่านมีความรู้แตกฉานทั้งหนังสือไทย ขอม และบาลี เพียบพร้อมด้วยเมตตาธรรม-กรุณาธรรม และเป็นพระนักพัฒนาจนเป็นที่เลื่อมใสของบรรดาพระภิกษุ-สามเณร และพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง จึงมีลูกศิษย์มากมาย คราวที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จพระพาสพระราชวังสนามจันทร์ ทั้งสองพระองค์จะแวะกราบหลวงปู่นาคเป็นประจำ

หลวงปู่นาค โชติโก วัดห้วยจระเข้ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม
หลวงปู่นาค โชติโก วัดห้วยจระเข้ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม

◉ มรณภาพ
หลวงปู่นาค ปกครองวัดห้วยจระเข้ จนถึงกาลละสังขารเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๓ ด้วยโรคชรา รวมอายุได้ ๙๕ ปี พรรษา ๗๔

◉ ด้านวัตถุมงคล
การสร้างพระปิดตาของ หลวงปู่นาค นั้น ปรากฏหลักฐานว่าท่านเริ่มสร้างปี พ.ศ.๒๔๓๒-๒๔๓๕ ในขณะที่อยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ ปรากฏมีทั้งเนื้อสำริดแก่ทอง เนื้อชินเงิน เนื้อชินเขียว ในระยะแรกพิมพ์ยังไม่มีมาตรฐาน จนภายหลังสามารถสรุปได้ว่านิยมเล่นกัน ๓ พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ท้องแฟบ พิมพ์ท้องป่อง และ พิมพ์หูกระต่าย ยังไม่นับพิมพ์อื่นๆ ที่อาจสร้างไว้อีกต่างหาก

พระปิดตา หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ (โอ๊ต บางแพ เจ้าของพระ)
พระปิดตา หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ (โอ๊ต บางแพ เจ้าของพระ)
พระปิดตาวัดห้วยจระเข้ พิมพ์หูกระต่าย
พระปิดตาวัดห้วยจระเข้ พิมพ์หูกระต่าย

วิธีการลงเหล็กจารนั้นมีเรื่องเล่ากันว่า หลวงปู่นาค นำเอาพระปิดตาที่สร้างเสร็จแล้วไปลงเหล็กจารที่ท่าน้ำข้างวัด โดยจะนำลงไปจารอักขระใต้น้ำ เมื่อจารเสร็จแล้วจะปล่อยให้พระปิดตาลอยขึ้นมาเหนือน้ำเอง โดยมีลูกศิษย์ที่อยู่บนฝั่งคอยเก็บ

พระปิดตาวัดห้วยจระเข้ พิมพ์ท้องป่อง
พระปิดตาวัดห้วยจระเข้ พิมพ์ท้องป่อง

นอกจากการจารอักขระพระปิดตาใต้น้ำแล้ว มีวิธีการจารอักขระอีกวิธีหนึ่ง คือ จะไปจารที่กลางทุ่งนา หรือในป่าริมคลองที่มีปูอาศัยอยู่มากๆ เมื่อไปถึงและหารูปูเจอแล้ว ท่านก็จะยืนโดยเอาหัวแม่เท้าขวาอุดที่ปากรูปู จากนั้นจะกำหนดจิตบริกรรมคาถา และลงเหล็กจารไปพร้อมกัน ขณะนั้นทั่วทั้งทุ่งและป่าริมคลองนั้นจะเงียบสงัดทันที เสียงนก หรือแมลงร้องจะไม่มีได้ยิน สัตว์ทุกตัวที่อยู่บริเวณนั้นจะหยุดนิ่งชะงักเป็นจังงังกันหมด

เมื่อท่านผ่อนคลายกำหนดจิตจากการลงอักขระเสร็จแล้ว ทุกอย่างจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนที่จะกลับ หลวงปู่นาคจะทำน้ำมนต์รดที่รูปูนั้น เพื่อเป็นการคลายอาคม หากมิเช่นนั้นปูที่อยู่ในรูจะออกมาไม่ได้ หรือถ้าปูอยู่ข้างนอกก็จะกลับลงรูไม่ได้เหมือนกัน

จากพิธีกรรมการสร้างอันเข้มขลังนี้เอง จึงทำให้พระปิดตาห้วยจระเข้เป็นจักรพรรดิของพระปิดตาเนื้อเมฆพัดทั้งปวง
พระปิดตาหลวงปู่นาค ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มากด้วยพลังพุทธคุณและกระบวนการเล่นแร่แปรธาตุตามตำรับโบราณ พระปิดตาที่ท่านสร้างขึ้น มีพุทธลักษณะงดงาม ด้านศีรษะจะใหญ่ มือใหญ่ โยงก้นแต่ไม่ทะลุไปด้านหลัง มักปรากฏรอยจารของท่าน สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประทับแรม ณ พระราชวังสนามจันทร์ พร้อมด้วยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จะเสด็จกราบนมัสการหลวงปู่นาคเป็นประจำ ซึ่งมีเรื่องเล่ากันว่า หลวงปู่นาคได้ถวายพระปิดตาไว้บูชาคู่พระวรกายพระองค์ท่านด้วยเช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก matichonweekly.com